The City of Market

April 30, 2013

ค้นหาความสุขได้ใกล้ๆ กรุงเทพฯ
The City of Market 

สายน้ำแม่กลองไหลแบบไม่เร่งรีบตามวิถีชีวิตของชาวบ้านอัมพวามาแต่ไหนแต่ไร ทั้งยังแบ่งออกเป็นสายต่างๆ แยกไปตามคลองเล็ก คลองน้อย เพื่อเป็นเส้นทางในการเดินทางโดยเรือใช้สัญจรไปมา ถือเป็นวิถีปฏิบัติมาแต่เดิมจวบจนถึงปัจจุบัน นอกจากความสวยงามของความเรียบง่ายในการใช้ชีวิต ทำให้ ‘อัมพวา’ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยตลาดทั้งบนบกและในน้ำ ที่มีมาตั้งแต่อดีตกาล และกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งในปัจจุบัน ครั้งนี้เราจึงขอพานักเดินทางท่องเที่ยวยังตลาดชื่อดังของ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ให้หนำใจ และอิ่มท้องกับของอร่อยขึ้นชื่อ


ตลาดน้ำท่าคา 
     เรียกว่าเป็นตลาดนัดชาวบ้านจริงๆ เพราะตลาดน้ำแห่งนี้ชาวบ้านจะพายเรือนำผลิตภัณฑ์จากไร่ จากสวนมาจำหน่ายแบบเป็นกันเอง ทั้งอาหารท้องถิ่น ขนม ผัก ผลไม้ แต่ใช่ว่าจะมาค้าขายกันทุกวัน เนื่องจากแม่ค้าของตลาดแห่งนี้จะมารวมตัวกันในวันขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ 12 ค่ำ และทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00- 12.00 น. นอกจากการช้อปสินค้าท้องถิ่นแล้ว คุณยังจะสามารถเช่าเรือพายเล่นๆ เรื่อยๆ เพื่อเที่ยวชมหมู่บ้านและสวนผลไม้รอบ ๆ บริเวณตลาดน้ำท่าคา สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าคา 0-3476-6208 


ตลาดน้ำบางนกแขวก
     ก่อนจะเข้าไปถึงตัวตลาด ต้องขอบอกว่าสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของ ‘ตลาดน้ำบางนกแขวก’ นั่นคือ ทางเข้าอันแสนเล็กกระทัดรัด เล็กแค่ไหนหรอคะ? ต้องตอบว่าไม่สามารถเดินสวนกันได้เลยค่ะ พอดีตัวมากๆ  ตลาดริมน้ำที่มีลักษณะเป็นเรือนไม้แถวอายุกว่า 100 ปี ตลอดระยะทางทอดยาวคุณจะสามารถเลือกซื้อสินค้าที่เป็นของดีเมืองอัมพวาได้ อาทิ ผักและผลไม้สดจากสวน กุ้งแม่น้ำไซส์กำลังกิน ปลาทูแม่กลองของแท้หน้างอคอหัก เตรียมพร้อมเดินทางกลับบ้านไปกับคุณ หรือแม้กระทั่งสินค้าโอท็อปต่างๆ และแน่นอนว่าพื้นที่ในการถ่ายรูปเล่น สำหรับอัพขึ้นโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ถ้ายังไม่เต็มอิ่มคุณสามารถล่องเรือชมเส้นทางวิถีชีวิตของทั้งชาวบางนกแขวก และชาวราชบุรีที่มีเส้นทางติดต่อกัน สองฝากฝั่งจะได้ชมบ้านทรงบาหลี อาคารเก่าแก่ริมน้ำ พร้อมทั้งสามารถให้อาหารปลากิจกรรมที่คุณน้องคุณหนูต้องชอบแน่ๆ รวมทั้งคุณจะได้รู้จักกับลูกมะม่วงหาว มะนาวโห่ ผลไม้ในตำนานที่มีคุณประโยชน์ และพบได้มากที่อัมพวา 
     ส่วนอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ ผัดไทกุ้งสด ต้องขอบอกว่ากุ้งสดจริงๆ เพราะจับกันเห็นๆ กุ้งแม่น้ำแท้ๆ , ก๋วยเตี๋ยวกะลาโบราณ, ข้าวแห้ง  หน้าตาก็คือ ข้าวต้มแบบไม่มีน้ำนั่นเอง เครื่องที่ใส่ก็เหมือนข้าวต้มปกติ ทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อเป็ด เนื้อปลา หรือทะเล ที่มีทั้งกุ้ง ปลาหมึก ให้เลือกตามชอบ ราดน้ำต้มเป็ดให้พอขลุกขลิก ทีเด็ดสุดๆ ก็ต้องเป็นเครื่องเคราโรยหน้า อย่าง ขิง ข่า ที่นำมาโขลกให้เป็ยฝอยๆ ร่วมด้วยกระเทียมเจียวหอมๆ เพิ่มความกรุบกรอบจากไฮไลท์ ‘ฟองเต้าหู้ทอดกรอบ’ ตลาดเปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.00-17.00 น


ตลาดน้ำบางน้อย 
     อดีตตลาดทางน้ำที่คึกคักมากเมื่อกว่า 100 ปีก่อน เนื่องจากทำเลของตลาดน้ำบางน้อย เป็นจุดตัดของแม่น้ำแม่กลองกับคลองบางน้อย ถึงขั้นเคยเป็นศูนย์กลางในการค้าขายทางน้ำของโครงข่ายลุ่มแม่น้ำแม่กลอง – ท่าจีน ด้วยเหตุนี้ชาวบางน้อยจึงรวมพลังกันช่วยฟื้นฟู และเปิดตลาดขึ้นอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552 มุ่งเน้นให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อรักษาสภาพทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ และรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของชาวบางน้อยให้คงไว้ ซึ่งคุณจะได้สัมผัสกับความเป็นอยู่อันเรียบง่าย พรั่งพร้อมไปด้วยของกินของใช้มากมาย ทั้งผักสด ผลไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น ส้มโอ มะม่วง กล้วย มะพร้าว น้ำตาลมะพร้าว วุ้นมะพร้าวอ่อน ข้าวเหนียวมะม่วง ขนมจาก ปลาทู กะปิคลองโคน เป็นต้น
     สำหรับอาหารขึ้นชื่อของตลาดแห่งนี้ที่ต้องมาลิ้มลองให้ได้ เราขอแนะนำ หอยทอดกระโดดน้ำ, ขนมจีบตังเก, ร้านกาแฟโบราณ เจ๊แต๋ว, ก๋วยเตี๋ยวตังเก, ผัดไทยไฟลุก, ปากหม้อคอกระเช้า และสมุนไพรทอด เป็นต้น สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0-3476-1537 ต่อ 105  หรือเข้าไปที่ http://www.bangnoi.com 

ตลาดน้ำอัมพวา 
     เรียกว่าเป็นตลาดน้ำแบบเบ็ดเสร็จสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติ ที่แวดล้อมไปด้วยของกินแสนอร่อยชื่อดังมากมาย โดยเฉพาะพืชผัก ผลไม้ เนื่องด้วยอาชีพหลักของชาวบ้านอัมพวา คือ การไร่ ทำสวน ความสดใหม่จึงชนะเลิศ แถมตอนนี้โซนที่น่าสนใจยังมีเพิ่มขึ้นอีกมากมาย โดยเฉพาะโซนในสวนที่คุณสามารถนำขนม อาหาร เครื่องดื่มเข้าไปนั่งรับประทานกันแบบชิลล์ๆ แต่ถ้าต้นตำรับจริงๆ ต้องเดินเล่นบริเวณเรือนแถวริมน้ำทั้ง 2 ฝั่งอันเต็มไปด้วยร้านของฝาก ร้านของที่ระลึก ร้านอาหาร และที่สำคัญพลาดไม่ได้กับบรรดาของทะเลเผาในเรือพาย ทั้งหอยเชล กุ้ง ปลาหมึก อีกทั้งขนมหวานของอร่อย ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมหม้อแกง ขนมชั้น ลอดช่อง ฯลฯ 
     กิจกรรมที่น่าสนใจ สำหรับในช่วงกลางวันล่องเรือชมวิถีชีวิตสองฟากฝั่งแม่น้ำแม่กลอง พร้อมไหว้พระคู่บ้านคู่เมือง หรือในช่วงกลางคืนกับไฮไลท์นั่งเรือชมแสงระยิบระยับของเจ้าหิ่งห้อยตัวน้อย ที่แฝงตัวคอยมอบความสวยงามอยู่บนต้นลำพู พร้อมการรับลมเย็นๆ ที่พัดผ่านเมื่อยามนั่งเรือล่องไปตามแม่น้ำแม่กลอง แต่หากมีเวลามากกว่า 1 วันขึ้นไป อยากแนะนำให้หารีสอร์ทน่ารักๆ สำหรับพักผ่อนสัก 1 คืน เพราะบรรยากาศทั้งริมคลอง และในสวนของเมืองอัมพวานั้นชิลล์ บวกโรแมนติคมากๆ ค่ะ อีกทั้งตื่นเช้าขึ้นมาคุณยังจะได้ตักบาตรพระที่ล่องเรื่อมาตามแม่น้ำ นับเป็นวิถีเก่าแก่ที่ยังมีให้เห็น ณ อัมพวาแห่งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลตำบลอัมพวา 0-3475-1359


ตลาดร่มหุบ (Market on the Railway Track)
     ตลาดแห่งความเสียว ที่ต้องเหลียวหลังตลอด เพราะ ‘ตลาดร่มหุบ’ มีทีเด็ดอยู่ที่การขายของอยู่บนรางรถไฟ ดังนั้นถ้ารถไฟเข้าสถานี (สถานีปลายทางช่วงบ้านแหลม – แม่กลอง) เมื่อไหร่ พ่อค้า แม่ขาย ต้องเตรียมเก็บสินค้าภายในร้านกันด้วยรวดเร็วมากที่สุด รวมทั้งนักช้อปก็ต้องเตรียมหลบทางให้พระเอกของเส้นทางนี้ด้วยเช่นกัน จากความหวาดกลัวจึงหนีหายกลับกลายเป็นสีสันของการจับจ่ายสินค้าของตลาดแห่งนี้ไปโดยปริยาย  อีกทั้งความรวดเร็วในการเก็บแผงสินค้าที่ยื่นออกมา หรือวางอยู่บนรางรถไฟ ก็เป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวมองจนเพลิน และแอบอมยิ้มเมื่อได้เห็นทุกครั้ง 
     ไม่เพียงกิมมิคดังกล่าวที่ได้เล่าให้ฟังข้างต้น ทว่าตลาดร่มหุบ หรือ ตลาดแม่กลอง ของชาวสมุทรสงครามยังมีดีที่ความสดของอาหารทะเล ที่ขนขบวนมามอบความสดกันยกตลาด ทั้งกุ้ง หอย ปลา ปลาหมึก ปลาทู แต่ที่สะกิดตามากที่สุดเห็นจะเป็น ปู กล้ามโตๆ เนื้อแน่นๆ ขาว อวบ ลองนึกภาพดูสิคะ ถ้าเอาไปนึ่งให้สุกพอประมาณ ทั้งความหวานของเนื้อปู บวกกับความแซ่บของน้ำจิ้มซีฟู้ดส์จะเด็ดขนาดไหน
     ลองมาสัมผัสหนึ่งใน Amazing Thailand นี้ด้วยตัวเอง และต้องมาให้ถูกเวลาด้วยนะคะ โดยเวลาเดินรถไฟสายแม่กลอง- บ้านแหลม (จำนวน 2 โบกี้) มีดังนี้คือ เวลาออกจากสถานี 06.20 น., 11.30 น., 15.30 น. และเวลาเข้าสถานี 08.30 น., 11.10 น., 15.30 น. 



 
ไม่เพียงการช้อปปิ้ง ถ่ายภาพ และอิ่มท้อง หากแต่การได้สัมผัสกลิ่นไอการใช้ชีวิตของคนรุ่นก่อนที่ยังคงหลงเหลือ และเจตนาทิ้งไว้เป็นอนุสรณ์ให้ลูกหลานจดจำ และนำมาใช้เป็นอาชีพทำมาหากินได้จนกระทั่งทุกวันนี้ นี่คือตะกอนความคิดที่ตกค้างให้ได้เก็บเกี่ยวมากกว่าการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวด้วยค่ะ 
 
Story by Lady Kookkuu
Photo by My Team