คุณทักษะ บุษยโภคะ

February 09, 2012


คุณทักษะ บุษยโภคะ
ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

       สุภาพบุรุษวัย 61 ปี ผู้ยังคงความเฉียบคมในด้านการทำธุรกิจ สมกับที่สั่งสมประสบการณ์การทำงานมากว่าครึ่งชีวิต และเป็นเสาหลักผู้ทำให้แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติไทย ‘โมเดอร์นฟอร์ม’ เติบโตอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี
        โมเดอร์นฟอร์มเป็นบริษัทที่ถือกำเนิดจากกลุ่มเพื่อนสนิท 5 คน ที่เรียนหนังสือมาด้วยกัน โดยทำเฟอร์นิเจอร์ขายในระบบ Knock Down แรกเริ่มการดีไซน์จะอิงสไตล์ยุโรป ก่อนจะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนและพัฒนามาเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้  

        “เฟอร์นิเจอร์เป็นธุรกิจที่ไม่ไฮเทคนะครับ โลว์เทคด้วยซ้ำไป เพราะทำง่าย เลียนแบบง่าย มีเงินก็เปิดได้แล้ว แต่ความยากมันอยู่ที่การทำตลาด พอทำแล้วขายเป็นหรือเปล่า ผมภูมิใจกับกลุ่มพวกเรานะครับ ส่วนใหญ่แบ็คกราวน์เรามาทางด้านการตลาด ฉะนั้นเราสามารถทำการตลาดที่แตกต่างจากคนอื่น แล้วโตขึ้นมาได้จนทุกวันนี้ แต่ถามว่าในอนาคตเราจะสร้างความแตกต่างไปได้แค่ไหน เพราะก็มีคู่แข่งใหม่ๆ เข้ามา ฉะนั้นเราต้องเริ่มมองตลาดในภาพที่ใหญ่ขึ้น ผมว่าในที่สุดธุรกิจเฟอร์นิเจอร์จะทำคนเดียวไม่ได้ อนาคตมันต้องมีการรวมตัวกัน เพื่อให้มีสเกลที่ใหญ่ขึ้น และมี Facility ที่มากกว่านี้ ยกตัวอย่างเช่น โมเดอร์นฟอร์มตอนนี้เราค่อนข้างโฟกัสไปที่งาน Contract รวมถึงเรามีสินค้าที่หลากหลายมาก ฉะนั้นต่อไปคงมองอะไรที่มันกว้างกว่านี้"
 
       “ผมมองทุกคนเป็นพาร์ทเนอร์หมด ทุกวันนี้เราก็ดีลกับจีน มีทั้งซื้อและขาย ถ้าเขาสามารถทำสินค้าได้ถูกและดี เราก็ซื้อเขาสิครับ ไม่เห็นจะต้องแข่งกับเขา แต่โอเคคู่แข่งเราอาจจะซื้อเขามาขายเหมือนกัน วิธีทำให้แตกต่างก็คือให้เขาผลิตตามแบบของเรา อย่างตอนนี้ผมก็บอกเลยว่าภาคการผลิตผมฟรีซมันอย่างนี้มานานแล้ว ผมไม่ได้เพิ่มไลน์การผลิตขึ้นมาเลย เพราะต้นทุนการผลิตของเราแพงกว่า ฉะนั้นเราก็ให้เขาผลิตให้เราโดยใช้แบบของเรา เพียงแต่ต้องควบคุมคุณภาพให้ดี ผมเองก็ส่งกลับไปขายบางส่วนเหมือนกัน อย่างเราซื้อเตียงเขามา เตียงที่ผมส่งไปขายเขาราคาแพงกว่าตั้ง 5 เท่า เพียงแต่เขาไม่ได้ซื้อเยอะอย่างที่เราซื้อเขา แต่แสดงให้เห็นว่ามันก็มีทางไป 2 ทางได้ เราก็ทำแบบเดียวกันกับหลายๆ คู่ค้า”


        “เนื่องจากผมทำงานตั้งแต่เด็ก เริ่มจากบริษัทเล็กๆ ตั้งแต่พนักงาน 3 คน จนปัจจุบันมีกว่า 7,000 คน ก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์ตรงนั้นมา จับจุดออกว่าจะบริหารอย่างไรต่อไป แต่สำคัญ คือ เรื่องของคน ถ้าเรามีเพื่อนร่วมงานที่ดี งานจะสำเร็จง่ายขึ้นเยอะ หลักการทำงานของผมคือ หาคนดีๆ มาร่วมงาน ขั้นแรกเรามี Partner ที่ดี เพราะเป็นเพื่อนกันทั้งนั้น ทุกวันนี้ก็ยังทำงานกันอยู่ 5 คนนะครับ การทำงานต้องมีพื้นฐานของการไว้วางใจซึ่งกันและกัน มีคนถามอยู่เรื่อยว่า 5 คนมารวมกันตั้งหลายสิบปีได้อย่างไร ผมก็บอกว่าเพราะเราเป็นเพื่อนกัน แน่นอนทุกคนเก่ง แต่เก่งคนละด้าน แต่ทุกคนจะ Honor ซึ่งกันและกัน ที่สำคัญคือทุกคนต้องตรงไปตรงมา ต้องเริ่มที่ไม่สงสัย ต้องไว้ใจกัน ถ้าตัดสินใจแล้วจบ ถึงแม้ผิดก็ไม่เป็นไร พนักงานก็เช่นกัน เราให้อิสระในการทำงาน ทำผิดได้ แต่ครั้งต่อไปอย่าทำผิดซ้ำในเรื่องเดียวกันอีก"

        “ถ้าเริ่มสงสัยกันก็ไม่ต้องทำงานแล้ว ปวดหัวเปล่าๆ มันไม่สนุก แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริงและพบว่ามันเป็นจริง เขาก็อยู่กับเราไม่ได้ ไม่ว่าใครถ้าทุจริตแม้เพียงนิดเดียวก็ให้ออก เรารับไม่ได้ ฉะนั้นเรื่องของ Culture องค์กร Entegrity เป็นหนึ่งใน Brand New ของเรา และอีก Brand New ของบริษัทเราก็คือ ทุกคนเป็นเจ้าของบริษัทหมด เพราะเราเป็นมหาชน ก็ให้หุ้น ให้อะไรไป ฉะนั้นพอมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ คนทำงานเต็มที่ ไว้ใจซึ่งกันและกัน งานมันก็เดินได้เร็ว แต่ถ้าใครออกนอกลู่นอกทาง ก็ไปอยู่ที่อื่น ก็ง่ายๆ ไม่มีอะไร ผมว่าส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างนี้ แต่จะทำยากไม่ยาก อยู่ที่ว่าทำตัวกันเองว่าจะเป็นยังไง แต่เวลาทำงานเรื่องความเห็นแตกต่างที่นี่มีตลอดเลยนะ อยู่ห้องประชุมก็ทุบโต๊ะกันเสียงดัง แต่พอออกนอกห้องก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม”


       “ผมอายุ 61 แล้วนะครับ แต่ก็ยังสนุกอยู่ จริงๆ เพื่อนทุกคนก็อายุใกล้เคียงกันหมด เพราะทำงานตั้งแต่อายุ 19-20 ทำงานมา 40 กว่าปี ถามว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แน่นอนเวลาถามเล่นๆ ก็บอก อยากพักๆ แต่โดยส่วนตัวทุกคนจะไม่เหมือนกัน ทุกคนก็รู้ว่าผมพักไม่เป็นหรอก ผมอยู่เฉยๆ ไม่เป็นหรอก เราก็โอเค เราก็ทำ แต่อาจจะทำในแง่งานรายละเอียดน้อยลง แต่อาจจะช่วยในเรื่องของอาศัยประสบการณ์ที่เรามีอยู่ มาทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับองค์กรในภาพกว้าง อย่างเช่น เป็นที่ปรึกษา คือบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์มันก็จะมีภารกิจหลักคือต้องขยายตัวตลอดเวลา Expectation ของคนต่อบริษัทประเภทอย่างนี้มันสูง เราเลยต้องสร้างอะไรใหม่ๆ ออกมาตลอด จะถูกถามทุกปีเวลาไป Presentation ที่ตลาดหลักทรัพย์ว่าจะทำอะไรต่อ ก็คงทำงานไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะไม่ Contribute แล้ว ก็คงจะหยุดตรงนั้น ถ้าทำแล้วมันสนุก ก็ทำไปได้เรื่อยๆ คือเราต้องมองตลอดเวลาว่าอย่าเป็นภาระให้คนอื่น หรือเป็นตัวขัดขวางความเจริญให้คนอื่น แต่ตอนนี้คิดว่ายังมั้ง (หัวเราะ) ก็เลยทำต่อ”
 
      “ความสุขในการทำงานของผมอยู่ที่การได้ทำงาน มีงานให้ทำทุกวัน มีอะไรให้คิด ให้ทำ ถึงแม้มีปัญหา เราก็ได้แก้ปัญหา แก้ไม่ได้ก็ยังมีความสุขว่า เราจะแก้มันได้อย่างไร ผมพูดเสมอว่า ไม่ต้องห่วงเรื่องปัญหาเพราะมันมีตลอดอยู่แล้ว เป็นหน้าที่ที่เราต้องแก้ แก้มันไม่ได้ก็แก้ต่อไป แค่นั้นเอง สู้ไปเรื่อยๆ ทุกอย่างเป็นความท้าทาย”
 

Story by Sutatip_A, Photo by Pumkiat, Graphic by Phatchara


      Comment

      กรุณา เพื่อแสดงความคิดเห็น


      Most Comments in 7 days